วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สถานการณ์ป่าไม้ไทย

การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่ดีที่สุด คือการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในถิ่นกำเนิด (Insitu Conservation) สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์มีความแปรผันเนื่องจากถูกควบคุมโดยลักษณะทาง พันธุกรรม จึงทำให้สิ่งมีชีวิตมีความหลากหลายที่แตกต่างกัน มีความต้านทานต่อโรคและสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ในสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน การที่สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่แต่ละชนิดจะมีลักษณะทางพันธุกรรมที่หลากหลายได้ จำเป็นที่จะต้องมีสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ จำนวนที่มากพอ ซึ่งพื้นที่ที่สามารถจะรองรับสิ่งมีชีวิตที่มีจำนวนมากได้ จะต้องเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ ดังนั้นหลักการพื้นฐานของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญที่สุด อย่างหนึ่ง คือ การอนุรักษ์ป่าผืนใหญ่ไว้ให้ได้


ข้อมูลทั่วไป

ประเทศไทยมีพื้นที่ 513,765 ตารางกิโลเมตร (321.1 ล้านไร่) มีเทือกเขาที่สำคัญ 15 ทิวเขา และมีลุ่มน้ำสำคัญ 25 ลุ่มน้ำ ดร. สุวิทย์ อ๋องสมหวัง (2541) รายงานว่าในปี 2538 มีพื้นที่ป่าเหลือประมาณ 29.97% ของพื้นที่ประเทศ ลุ่มน้ำปิงมีพื้นที่ป่าไม้เหลืออยู่มากที่สุด (22,362.74 ตารางกิโลเมตร) ส่วนลุ่มน้ำเจ้าพระยาเหลือพื้นที่ป่าไม้น้อยที่สุด (313.31 ตารางกิโลเมตร) จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ป่าไม้เหลืออยู่มากที่สุดประมาณ 16,640 ตารางกิโลเมตร จังหวัดพิจิตรเหลือพื้นที่ป่าไม้น้อยที่สุด ประมาณ 1.6 ตารางกิโลเมตร จังหวัดที่ไม่มีพื้นที่ป่าประกอบด้วยกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี สมุทรปราการ และนครปฐม ป่าไม้ที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่รัฐบาลโดยกรมป่าไม้ได้อนุรักษ์ไว้ในรูปแบบของอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ปี 2541 มีพื้นที่ป่าไม้เหลืออยู่เพียง 25.28% ของพื้นที่ประเทศ (ธงชัย จารุพพัฒน์ 2541) ในปี 2542 มีอุทยานแห่งชาติทางบกจำนวน 71 แห่ง พื้นที่ประมาณ 40,264.20 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งชาติทางทะเลจำนวน 19 แห่ง พื้นที่ประมาณ 5,333.63 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีพื้นที่ป่ามากที่สุด (2,914.70 ตารางกิโลเมตร) อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจามีพื้นที่ป่าน้อยที่สุด (50.12 ตารางกิโลเมตร) และอุทยานแห่งชาติตะรุเตามีพื้นที่ประมาณ 1,490 ตารางกิโลเมตร โดยมีส่วนที่เป็นทะเลประมาณ 1,230 ตารางกิโลเมตร สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีจำนวน 47 แห่ง มีพื้นที่ประมาณ 33,198.56 ตารางกิโลเมตร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรมีพื้นที่มากที่สุด (3,647.20 ตารางกิโลเมตร) และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยามีพื้นที่น้อยที่สุด (153.58 ตารางกิโลเมตร) เขตห้ามล่าสัตว์ป่า มีจำนวน 54 แห่ง พื้นที่ประมาณ 4,294.20 ตารางกิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการเตรียมการประกาศให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์อีกหลายแห่ง

หลักเกณฑ์เบื้องต้นในการจัดกลุ่มป่าหรือผืนป่าอนุรักษ์


จากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมและตำแหน่งของพื้นที่อนุรักษ์ในปัจจุบัน ลักษณะเทือกเขา ลักษณะของพื้นที่ลุ่มน้ำ สภาพป่าและการกระจายของสัตว์ป่าขนาดใหญ่ สามารถแบ่งกลุ่มป่าได้ประมาณ 20 กลุ่มป่า โดยมีหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มป่าหรือผืนป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ ดังนี้
- มีพื้นที่ขนาดใหญ่และต่อเนื่องเป็นผืนเดียว หรือกระจัดกระจายห่างกันไม่มากนัก

- เป็นพื้นที่อยู่ในแนวภูเขา หรือ เทือกเขาเดียวกัน- มีพื้นที่ลุ่มน้ำหลายลุ่มน้ำที่ต่อเนื่องกัน
- เป็นแหล่งพันธุกรรมของสัตว์ป่าขนาดใหญ่หลายชนิด
- เป็นแหล่งพันธุกรรมของระบบนิเวศป่าหลายประเภท
- เป็นแหล่งพันธุกรรมของพืชและสัตว์ป่าที่หายาก และใกล้จะสูญพันธุ์
- อยู่ในบริเวณพื้นที่ซ้อนทับหรือเขตเชื่อมต่อระหว่างเขตชีวภูมิศาสตร์ของพืช และสัตว์หลายเขต
- มีพื้นที่ต่อเนื่องกับเขตอนุรักษ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน (Transboundary Protected Areas) ทั้งหมดนี้เป็นเพียงหลักเกณฑ์เบื้องต้นในการจัดกลุ่มป่าดังกล่าว ในอนาคตการศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้ข้อมูลทางวิชาการด้านต่าง ๆ จึงมีความจำเป็น เพื่อให้ได้ข้อมูลพื้นฐานต่าง ๆ มากำหนดแนวทางการจัดการและอนุรักษ์กลุ่มป่าดังกล่าวในอนาคต


 

ที่มา : มูลนิธิสืบนาคะเสถียร




2 ความคิดเห็น: